เลิกบุหรี่...ดีอย่างไร?

เลิกบุหรี่ ดีอย่างไร?     เลิกบุหรี่ดีกับระบบทางเดินหายใจ   1. เลิกบุหรี่ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป โดยพบว่าหลังเลิกสูบ 10 ปี ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดจะเท่ากับร้อยละ 30 ถึง 50 ของผู้ที่ยังคงสูบต่อไป อัตราเสี่ยงจะลดลงอย่างต่อเนื่อง  2. เลิกบุหรี่ลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำคอและกล่องเสียง เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังสูบบุหรี่ต่อไป  3. เลิกบุหรี่ลดความผิดปกติที่จะกลายเป็นมะเร็งระยะแรกของเยื่อบุลำคอ กล่องเสียง และปอด   เลิกบุหรี่ดีกับหัวใจและหลอดเลือด   1. เลิกสูบบุหรี่ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบทั้งเพศชายและเพศหญิงในทุกกลุ่มอายุ เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป  2. อัตราเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบลดลงครึ่งหนึ่ง หลังจากเลิกสูบบุหรี่ครบ 1 ปี และจะลดลงอย่างช้า ๆ ต่อไป หลังจากหยุดสูบเป็นเวลา 15 ปี ความเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบจะเท่ากับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่  3. ในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ถ้าเลิกบุหรี่จะลดโอกาสของการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย และโอกาสเสียชีวิตอย่างกระทันหันลงอย่างมาก รายงานการวิจัยพบว่า โอกาสจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลดลงถึงร้อยละ 50  4. เลิกบุหรี่ลดโอกาสการเกิดการตีบตันของเส้นเลือดส่วนอื่น ๆ ของร่ายกายเมื่อเทียบกับคนที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป  5. ในผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดตีบตันที่ขา เมื่อเลิกบุหรี่จะทำให้เดินได้นานขึ้น ลดโอกาสที่จะถูกตัดขาหลังการผ่าตัดเส้นเลือด และอัตราการรอดชีวิตจะเพิ่มขึ้น  6. เลิกบุหรี่ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคลมปัจจุบันเนื่องจากเส้นเลือดสมองตีบและแตก ความเสี่ยงนี้จะลดลงเท่ากับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ภายในเวลา 5 ปี แต่ในบางรายต้องหยุดสูบภายในเวลา 15 ปี ความเสี่ยงจะลดลงเท่ากับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่   เลิกบุหรี่ดีกับปอด   1. เลิกบุหรี่ลดอาการไอ ลดจำนวนเสมหะ ลดการหายใจมีเสียงวี๊ดและลดการติดเชื้อของทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบและปอดบวม เมื่อเทียบกับคนที่ยังคงสูบต่อไป  2. ในผู้ที่ยังไม่เกิดอาการของโรคถุงลมโป่งพอง เลิกบุหรี่จะทำให้สมรรถภาพปอดจะดีขึ้นร้อยละ 5 ภายใน 2-3 เดือน  3. เลิกบุหรี่อย่างถาวรทำให้อัตราการเสื่อมของปอดชะลอตัวลง  4. เลิกบุหรี่อย่างถาวร อัตราการเสียชีวิตจากโรคถุงลมโป่งพองลดลงเมื่อเทียบกับผู้ที่ยังสูบบุหรี่ต่อไป   เลิกบุหรี่ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งอื่น ๆ   1. หลังจากเลิกบุหรี่เป็นเวลา 5 ปี อัตราการเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในช่องปากและหลอดอาหารส่วนต้นจะลดลงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับคนที่ยังคงสูบบุหรีต่อไป และอัตราเสี่ยงยังคงลดลงต่อไปหลังจากเลิกสูบเกิน 5 ปี  2. เลิกบุหรี่ลดอัตราการเกิดมะเร็งตับอ่อน เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังคงสูบต่อไป แต่การลดลงของความเสี่ยงนี้จะพบหลังหยุดสูบเกิน 10 ปีขึ้นไป  3. เลิกบุหรี่ลดอัตราการเสี่ยงเกิดมะเร็งปากมดลูกอย่างมากในผู้หญิง เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่สูบต่อไปแม้ว่าจะหยุดสูบเพียง 2-3 ปี   เลิกบุหรี่ดีกับร่างกายและจิตใจ   1. ในระยะแรกของการสูบบุหรี่ ผู้สูบบุหรี่มักจะมีความกังวล หงุดหงิด อารมณ์ร้อน โกรธง่าย ไม่มีสมาธิ อยากอาหารมากขึ้น และมีความอยากสูบบุหรี่ อาการเหล่านี้จะหายไปในระยะเวลาอันสั้น แต่ความอยากสูบและรู้สึกว่ารสชาติอาหารดียังคงมีอยู่ต่อไประยะหนึ่ง  2. ในระยะแรกของการเลิกบุหรี่ สมรถภาพของการทำงานง่าย ๆ หลายอย่างที่ใช้สมาธิจะลดลงเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่ไม่พบว่ามีความผิดปกติของความจำ และความสามารถในการเรียนรู้ และการทำงานที่ใช้ความสามารถสูงอื่น ๆ ภายหลังการเลิกบุหรี่  3. เมื่อเทียบระหว่างผู้ที่เลิกบุหรี่ได้แล้วกับผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป พบว่าผู้ที่หยุดสูบบุหรี่ได้รับความสำเร็จมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง และสามารถควบคุมตัวเองได้ดีกว่าผู้ที่ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้  4. ผู้ที่เลิกบุหรี่ได้แล้วจะมีสุขภาพที่ดีและจะมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดีกว่าผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป

เลิกบุหรี่ ดีอย่างไร?

เลิกบุหรี่ดีกับระบบทางเดินหายใจ

1. เลิกบุหรี่ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งปอด เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป โดยพบว่าหลังเลิกสูบ 10 ปี ความเสี่ยงของการเกิดมะเร็งปอดจะเท่ากับร้อยละ 30 ถึง 50 ของผู้ที่ยังคงสูบต่อไป อัตราเสี่ยงจะลดลงอย่างต่อเนื่อง

2. เลิกบุหรี่ลดอัตราเสี่ยงการเกิดมะเร็งลำคอและกล่องเสียง เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังสูบบุหรี่ต่อไป

3. เลิกบุหรี่ลดความผิดปกติที่จะกลายเป็นมะเร็งระยะแรกของเยื่อบุลำคอ กล่องเสียง และปอด

เลิกบุหรี่ดีกับหัวใจและหลอดเลือด

1. เลิกสูบบุหรี่ลดอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบทั้งเพศชายและเพศหญิงในทุกกลุ่มอายุ เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป

2. อัตราเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบลดลงครึ่งหนึ่ง หลังจากเลิกสูบบุหรี่ครบ 1 ปี และจะลดลงอย่างช้า ๆ ต่อไป หลังจากหยุดสูบเป็นเวลา 15 ปี ความเสี่ยงของการเกิดโรคเส้นเลือดหัวใจตีบจะเท่ากับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่

3. ในผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคเส้นเลือดหัวใจตีบ ถ้าเลิกบุหรี่จะลดโอกาสของการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจตาย และโอกาสเสียชีวิตอย่างกระทันหันลงอย่างมาก รายงานการวิจัยพบว่า โอกาสจะเสียชีวิตก่อนวัยอันควรลดลงถึงร้อยละ 50

4. เลิกบุหรี่ลดโอกาสการเกิดการตีบตันของเส้นเลือดส่วนอื่น ๆ ของร่ายกายเมื่อเทียบกับคนที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป

5. ในผู้ที่เป็นโรคเส้นเลือดตีบตันที่ขา เมื่อเลิกบุหรี่จะทำให้เดินได้นานขึ้น ลดโอกาสที่จะถูกตัดขาหลังการผ่าตัดเส้นเลือด และอัตราการรอดชีวิตจะเพิ่มขึ้น

6. เลิกบุหรี่ลดความเสี่ยงของการเกิดโรคลมปัจจุบันเนื่องจากเส้นเลือดสมองตีบและแตก ความเสี่ยงนี้จะลดลงเท่ากับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่ภายในเวลา 5 ปี แต่ในบางรายต้องหยุดสูบภายในเวลา 15 ปี ความเสี่ยงจะลดลงเท่ากับผู้ที่ไม่เคยสูบบุหรี่

เลิกบุหรี่ดีกับปอด

1. เลิกบุหรี่ลดอาการไอ ลดจำนวนเสมหะ ลดการหายใจมีเสียงวี๊ดและลดการติดเชื้อของทางเดินหายใจ เช่น หลอดลมอักเสบและปอดบวม เมื่อเทียบกับคนที่ยังคงสูบต่อไป

2. ในผู้ที่ยังไม่เกิดอาการของโรคถุงลมโป่งพอง เลิกบุหรี่จะทำให้สมรรถภาพปอดจะดีขึ้นร้อยละ 5 ภายใน 2-3 เดือน

3. เลิกบุหรี่อย่างถาวรทำให้อัตราการเสื่อมของปอดชะลอตัวลง

4. เลิกบุหรี่อย่างถาวร อัตราการเสียชีวิตจากโรคถุงลมโป่งพองลดลงเมื่อเทียบกับผู้ที่ยังสูบบุหรี่ต่อไป

เลิกบุหรี่ลดความเสี่ยงโรคมะเร็งอื่น ๆ

1. หลังจากเลิกบุหรี่เป็นเวลา 5 ปี อัตราการเสี่ยงของการเกิดโรคมะเร็งในช่องปากและหลอดอาหารส่วนต้นจะลดลงครึ่งหนึ่ง เมื่อเทียบกับคนที่ยังคงสูบบุหรีต่อไป และอัตราเสี่ยงยังคงลดลงต่อไปหลังจากเลิกสูบเกิน 5 ปี

2. เลิกบุหรี่ลดอัตราการเกิดมะเร็งตับอ่อน เมื่อเทียบกับผู้ที่ยังคงสูบต่อไป แต่การลดลงของความเสี่ยงนี้จะพบหลังหยุดสูบเกิน 10 ปีขึ้นไป

3. เลิกบุหรี่ลดอัตราการเสี่ยงเกิดมะเร็งปากมดลูกอย่างมากในผู้หญิง เมื่อเทียบกับผู้หญิงที่สูบต่อไปแม้ว่าจะหยุดสูบเพียง 2-3 ปี

เลิกบุหรี่ดีกับร่างกายและจิตใจ

1. ในระยะแรกของการสูบบุหรี่ ผู้สูบบุหรี่มักจะมีความกังวล หงุดหงิด อารมณ์ร้อน โกรธง่าย ไม่มีสมาธิ อยากอาหารมากขึ้น และมีความอยากสูบบุหรี่ อาการเหล่านี้จะหายไปในระยะเวลาอันสั้น แต่ความอยากสูบและรู้สึกว่ารสชาติอาหารดียังคงมีอยู่ต่อไประยะหนึ่ง

2. ในระยะแรกของการเลิกบุหรี่ สมรถภาพของการทำงานง่าย ๆ หลายอย่างที่ใช้สมาธิจะลดลงเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แต่ไม่พบว่ามีความผิดปกติของความจำ และความสามารถในการเรียนรู้ และการทำงานที่ใช้ความสามารถสูงอื่น ๆ ภายหลังการเลิกบุหรี่

3. เมื่อเทียบระหว่างผู้ที่เลิกบุหรี่ได้แล้วกับผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป พบว่าผู้ที่หยุดสูบบุหรี่ได้รับความสำเร็จมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง และสามารถควบคุมตัวเองได้ดีกว่าผู้ที่ยังเลิกบุหรี่ไม่ได้

4. ผู้ที่เลิกบุหรี่ได้แล้วจะมีสุขภาพที่ดีและจะมีภูมิคุ้มกันโรคที่ดีกว่าผู้ที่ยังคงสูบบุหรี่ต่อไป